วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

The Scientist - Coldplay แปลเนื้อเพลง Sankdakota


                             
Come up to meet you, tell you I'm sorry
ผมมาหาคุณวันนี้เพื่อบอกว่าผมขอโทษ
You don't know how lovely you are
ผมเพิ่งรู้ตัวว่าคุณมีค่ากับชีวิตผมเหลือเกิน
(กำลังจะเสียอะไรไปจึงรู้ว่าสิ่งนั้นมีค่าแค่ไหน)
I had to find you, tell you I need you
ผมต้องพบคุณให้ได้เพื่อจะได้บอกว่า
Tell you I set you apart
คุณเป็นคุณพิเศษสุดของผม ผมขาดคุณไม่ได้
(set “someone” apart คือ แยกไว้ต่างห่างคือพิเศษนั่นเอง)
Tell me your secrets and ask me your questions
เราเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม ทำความรู้จักกันใหม่
Oh, let's go back to the start
เหมือนตอนแรกที่คบกันสามารถเล่าความลับให้กันฟังได้
Running in circles, coming up tails
แน่นอนจะต้องมีสุขบ้าง เศร้าบ้าง
Heads on a science apart
ต้องเจอและต่อสู้กับความรู้สึกมากมาย
ที่วิทยาศาสตร์ก็อธิบายไม่ได้
(come up tail คือ “การออกก้อย”  ในที่นี้ด้านหัวคือวิทยาศาสตร์-
ความหมายคือการคบกันมักจะออกก้อยซึ่งตรงข้ามกับวิทยาศาสตร์)
Nobody said it was easy
เป็นธรรมดาใครๆก็รู้ว่าการคบกันมันไม่ง่ายเลย
It's such a shame for us to part
และผมก็ยังคงรู้สึกผิดมากที่คู่ของเราต้องเลิกรากัน
Nobody said it was easy
ผมเคยได้ยินมาบ้างว่าการคบใครสักคนมันยาก
No one ever said it would be this hard
แต่ผมก็ไม่คิดว่ามันจะยาก(จะเข้าใจ)ขนาดนี้
Oh, take me back to the start
ได้โปรด ให้โอกาสเราเริ่มกันใหม่ได้ไหม
I was just guessing at numbers and figures
กับความสัมพันธ์ของเราที่ผ่านมาผมใช้หลักเหตุผล
Pulling the puzzles apart
แจกแจงปัญหาจนสุดท้ายก็ได้คำตอบตามหลักการ
Questions of science, science and progress
สุดท้ายตอนนี้ผมรู้แล้วว่าคำตอบตามหลักการ
Do not speak as loud as my heart
ทางวิทยาศาสตร์ที่แม้จะก้าวหน้าแค่ไหนนั้น
มันไม่สามารถอธิบายความรู้สึกในใจผมตอนนี้ได้เลย
But tell me you love me, come back and haunt me
ผมอยากได้ยินคำบอกรักจากคุณอีก
Oh and I rush to the start
กลับมาทำให้ผมหลงเสน่ห์ได้ไหม
ผมอยากให้เราเริ่มกันใหม่จริงๆนะ
Running in circles, chasing our tails
กลับมาเป็นของกันและกันเหมือนเดิม
Coming back as we are
เผชิญปัญหาด้วยกัน ใช้เวลาร่วมกัน
เป็นเราอย่างที่เคยเป็น
Nobody said it was easy
ไม่มีใครรับประกันได้หรอกว่ามันจะง่าย
Oh, it's such a shame for us to part
และผมก็ยังเสียใจมากจริงๆที่เราต้องจากกัน
Nobody said it was easy
ไม่มีใครบอกไว้หรอกว่าการคบกันมันง่าย
No one ever said it would be so hard
แต่ผมก็ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะยาก(จะเข้าใจ)ถึงเพียงนี้
I'm going back to the start
ตอนนี้ เวลานี้ ผมพร้อมจะเริ่มใหม่แล้ว (แล้วคุณล่ะที่รักจะให้โอกาสเราไหม)
Oh ooh, ooh ooh ooh ooh
อ่า อู้วววววววววววววววววว
Ah ooh, ooh ooh ooh ooh
Oh ooh, ooh ooh ooh ooh
Oh ooh, ooh ooh ooh ooh

ป.ล. เพลงนี้ตีความได้หลายแบบ
1. ถ้ายึดตามMv พระเอกอยากย้อนเวลาคือสร้าง
เครื่อง Time Machine ย้อนไปในวันเวลาเก่าๆก่อนนางเอกตาย
(เห็นชัดตรงประโยค I'm going back to the start คือจะขึ้น Time Machine แล้ว)
2.ไม่ยึดตามMv คือพระเอกเป็นนักวิทยาศาสตร์ ใช้หลักเหตุผล วิทยาศาสตร์
กับการคบกัน จนสุดท้ายเลิกกัน และเข้าใจว่าความรักต้องใช้ความรู้สึก
ของหัวใจเราเอง รักก็คือรัก ไม่ต้องอ้างหลักวิทยาศาสตร์ใดๆ
และขอนางเอกให้คืนดีเริ่มกันใหม่
3. พูดถึงความตาย การเกิดใหม่ เกี่ยวกับความเชื่อเลยทีเดียว
4. In the album credits it says: the scientist is dan. just that, so i don't know who he means with that. but i guess that destroys all the theories the song was about Martin himself.
- Dominik, Zurich, Switzerland
Thanks: http://www.songfacts.com/detail.php?id=2887
5. แล้วแต่คุณครับผม.

ทุกความคิดและคำพูดมีที่มา หากรู้ที่มานั้นๆจะเข้าใจกว้างขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แปลเพลง She: Elvis Costello (Notting Hill) โดย: แม่เต่าน้อยTN

Elvis Costello: She โดย :  แม่เต่าน้อย TN                 She                                                         ...