ค้นบทความอื่นๆ

วันพุธที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

สรุปคุยได้คุยดี 1 พ.ค. 2566 [จันทร์]

 



ผมกลับมาสรุปรายการอีกครั้ง

เพราะคิดว่าใกล้เลือกตั้ง มันคงน่าสนใจดี

ไดสรุปเป็นดิจิทัลฟุตพรินต์ (Digital Footprint)ไว้

"น่าจะมีประโยชน์"

(7 พ.ค. เลือกตั้งล่วงหน้า/ 14 พ.ค. เลือกตั้งใหญ่)

May the best one (Political party) win!

ขอให้เราได้รัฐบาลที่ดี รับฟังเรา เข้าถึงได้ ไทยเจริญ


วันนี้วันแรงงาน เซอร์ไพรส์เหมือนกัน

ที่อาจารย์กับคุณณัฐพงษ์มาทำงานปกติ

บอกตามตรง ผมนึกว่าจะได้ฟังมหาภารตะ


เบรกแรกอาจารย์วีระกับคุณณัฐพงษ์พูดคุยสรุปข่าว


เบรกสอง อาจารย์อ่าน 1 บท (ขายของดี)

จากหนังสือ "เกร็ดธรรมจากอาศรมสนธยา เล่ม 2"

เรื่องของพระเจ้าอชาตศัตรู พระเจ้าพิมพิสาร

คร่าวๆ บทนี้ว่าด้วยเมียพระเจ้าพิมพิสารท้อง

อยากกินเลือดผัวตอนท้อง รู้ว่าลูกเกิดมาจะฆ่าพ่อ

เมียพระเจ้าพิมพิสารจึงพยายามฆ่าลูกแต่ไม่สำเร็จ

คลอดออกมาก็ไม่กล้าฆ่าลูก


อชาตศัตรูโตมาก็หลงเชื่อพระเทวทัตจนฆ่าพ่อตัวเอง

แต่ฆ่าด้วยวิธีไหนนั้น หาซื้อมาอ่าน ค้นในเน็ตได้ครับ

สนใจหนังสือก็สอบถามได้ที่ไลน์แอด @ronin5




เปิดสาย!!!


เพลงจิงเกิลรายการ

วันนี้อาจารย์แจกหนังสือ "เกร็ดธรรมฯ" เล่ม 1 กับเล่ม 2

รวม 3 รางวัล (สามสายแรกที่โทรมา)


สาย 1 - คุณสำราญ

วันเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ตามศูนย์เลือกตั้ง

เขาจะได้ออกจากเต็นท์ไปเลือกตั้งมั้ย

อ.วีระ "ได้สิ เขาจัดระบบไว้แล้ว ไม่มีปัญหา"


สายนี้แค่ถาม น่าจะไม่รู้เรื่องหนังสือ อดไป


สาย 2 - คุณนุสรา

ถ้าเราไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ไปใช้สิทธิวันหลังได้มั้ย

อ.วีระ "ได้ มีเลือกตั้งคราวหน้าก็ไป"

สายนี้ได้หนังสือไป (ชุดที่ 1)


สาย 3 - คุณตระกูล

โทรมาเอาหนังสือ คุยนิดหน่อยได้ ไม่งั้นเสียมารยาท

ช่วยทำมาหากิน (หัวเราะทั้งสองฝ่าย)


จากโพลสองสำนักข่าว (น่าจะมติชน เดลินิวส์)

ก้าวไกลนำ

โพลทั่วไป เพื่อไทยนำ

ถ้าเพื่อไทยทำงานร่วมกับก้าวไกลลำบาก

เอาภูมิใจไทยมาแทน น่าจะดีกว่ารึเปล่า


อ.วีระ "ไม่ทราบ แล้วแต่เพื่อไทยว่าจะเอาแบบไหน

เขาร่วมภูมิใจไทยได้ ปฏิเสธแค่สองลุง

ผมว่าเขาเลือกภูมิใจไทยเบอร์ 1

ประชาธิปัตย์เบอร์ 2

ก้าวไกลอาจจะเบอร์ 3


แต่เขาจะมีปัญหาว่าเขาไม่เอาฝ่ายค้านด้วยกันก่อน

อย่างที่พูดไว้ มันจะอีกเรื่องนึง

แต่อย่าคิดแทนเขาเลย เอาหนังสือไปก่อนดีกว่า

(หัวเราะ)"

(คุณตระกูลได้ชุดที่ 2 ไป)


สาย 4 - คุณอภิชาติ

ฟังมา 30 ปี สอยกัลปพฤกษ์สำเร็จ ดีใจที่สุดในชีวิต

ขอลายเซ็นด้วย แต่อาจารย์ให้ไม่ได้

นิวาสถานไกลจากสำนักพิมพ์

เคยทำแล้ว เหนื่อยมาก

ถ้าอยากได้ลายเซ็นอาจารย์ แนะนำไปเจอตามงาน

(คุณอภิชาติได้ชุดสุดท้ายไป)

จบสายกัลปพฤกษ์ต้นรายการ


สาย 5 - คุณปุ้ย

ลูกตาย พ่อแม่ต้องไหว้ศพลูกเหรอ

อ.วีระ "เราไหว้คนตาย ไม่ได้ไหว้ลูก

ถามพระชัวร์สุด ผมบอกไม่ได้

พระไตรปิฎกไม่ได้เขียนไว้ (หัวเราะ)"


สาย 6 - คุณสมศักดิ์

ฟังตั้งแต่ปี 40 ขอกัลปพฤกษ์ แต่อด เขาสอยไปหมดแล้ว

และอยากให้จัดสัมมนาแบบปี 62


"ผมไม่มีอะไรจะพูด พูดไปหมดแล้ว ทั้งในฟังหูไว้หู

คุยให้คิด คุยได้คุยดี

และเขียนบทความปากท้องชาวบ้านอีก"


สรุปอาจารย์ไม่ปฏิเสธ (แต่ก็ไม่รับปาก)

อาจหลังเลือกตั้ง ปลายปีหรือต้นปี 67

และเสริมว่าอสมท.ขอให้อาจารย์จัด 3 ครั้งแล้ว

แต่อาจารย์ไม่มีอะไรจะพูดเลยปฏิเสธไป

รอลุ้นปลายปี


สาย 7 - คุณต้อม

มีสองข้อ

หนึ่ง อาจารย์มีโพลความมั่นคงฉบับที่สองรึยัง

มีในข่าวหมาแก่

เห็นว่าโพลมีกำหนดออกแล้ว แต่โดนเบรกไว้ก่อน

ยังไม่เผยแพร่สื่อ เพราะอาจทำให้ทีมลุงตู่หนาวสั่น


สอง ทวงพนันกับอาจารย์ ถ้าเพื่อไทย 201 ขึ้นไป

ผมได้น้ำผึ้ง 1 แกลลอน

ถ้า 200 ลงมา อาจารย์ได้น้ำผึ้ง


สรุปอาจารย์คิดว่าคงต้องเสียน้ำผึ้ง

"ผมส่งไปให้เลยได้มั้ย ไม่รอหลังเลือกตั้งได้มั้ย"


แน่ใจแล้วเหรอครับ ตอนนั้นอาจารย์บอกมีบ้านเอาบ้าน

(ออกแนวขิงอาจารย์เล็กน้อย)

"ก็ตอนนั้นคุณไม่เอาบ้าน ไม่งั้นมีบ้านก็เสียบ้านสิ"


สาย 8 - คุณต้อม

ดีเบตบ่อยขึ้น ทำให้ก้าวไกลได้คะแนนเพิ่มมั้ย


คุณณัฐพงษ์ "ตัวดีเบตคงไม่เท่าไหร่

แต่พวกคลิปที่เอาไปตัดต่อ เผยแพร่ต่อ มันได้ผล

เสริมว่าการไปหลอกคุณพ่อคุณแม่ คนแก่

เรื่องเบอร์ของพรรคต่างๆ ไม่ควรทำ

ควรบอกเบอร์คนแก่ ญาติผู้ใหญ่ตามตรง"


คุณต้อมเสริมว่าเพราะก้าวไกลพูดตรงกันหมดทุกคน

ถามใครก็พูดตรงกันรึเปล่า

บางพรรคส่งคนมาดีเบต บางทีไปคนละแนวทาง

นี่เป็นอีกจุดแข็งของก้าวไกลรึเปล่า


อ.วีระ "ไม่รู้ ไม่รู้จริงๆ ผมไม่ได้สนิทกับแต่ละพรรค

ถึงขั้นรู้ยุทธวิธีของพวกเขา"


สาย 9 - คุณปัญญา

เรื่องรัฐบาลเสียงข้างน้อย

อาจารย์บอกต้องมีศรัทธา

ศรัทธาในตัวนายกฯ หรือศรัทธาในระบบประชาธิปไตย


อ.วีระ "เราต้องเชื่อว่าหลักคิดการรวบรวมเสียง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ได้เกินกึ่งหนึ่ง

251 ขึ้นไป คนที่จะเป็นนายกฯ ต้องคิดว่า

เขาได้รับคะแนนสนับสนุนจากส.ส.รวมกัน

ไม่น้อยกว่า 251 เขาถึงจะรับเป็นนายกฯ

เราต้องเชื่อเขาแบบนั้น

ทุกคนพูดว่าเขาต้องได้เสียงจากส.ส.เกินกึ่งหนึ่ง

คุณอนุทินก็พูด จุรินทร์ก็พูด ประยุทธ์ ประวิตร

วราวุธ เศรษฐา ชลน่าน พิธาก็พูด

มันพูดหมดทุกคนแล้ว จะเป็นอย่างอื่นไปได้ไง

คำว่ามีศรัทธาคือเราต้องเชื่อ

ไม่ใช่ศรัทธาที่ผิดนะ นี่คือศรัทธาที่ถูก

เขาพูดอย่างนี้ เราต้องเชื่อว่า

เขาจะหาให้ได้ 251 ขึ้นไปถึงจะเป็นนายกฯ


ปี 2562 ใน 251 ไม่มีงูเห่า ไปเช็กดูได้

แต่ใน 251 ขาดไป 3 คน

คุณอภิสิทธิ์ (ลาออก)

คุณธนาธร (โดนศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่)

คุณจิมพิตา พรรคอนาคตใหม่ (ป่วย)


ถ้าสามคนนี้มาโหวต คุณธนาธรจะได้ 247 จาก 244

คุณประยุทธ์ก็จะได้ 251 อยู่ดี


คนละเรื่องจากหลังจากได้นายกฯ

จะมีคนสลับข้างมา ตอนโหวตกฎหมาย มีอยู่แล้ว

อันนั้นอีกเรื่องนึง


สรุปคนจะเป็นนายกฯ ต้องได้รับแรงสนับสนุน

จากส.ส. 251 คนขึ้นไป

ถ้าไม่เป็นอย่างนั้น เจอกัน!

ผมก็จะถามคนที่พูดกับผมว่าถ้าไม่ได้เกินกึ่งหนึ่ง

ผมไม่ร่วม

ถ้าถึงวันนั้นคุณพูดอีกอย่าง เรื่องใหญ่นะ

เรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องเล็ก


คุณปัญญา "อาจารย์ดูต่อไปก็แล้วกัน"

(ออกแนวไม่เชื่อคำนักการเมืองบางพวก

ซึ่งก็เข้าใจได้)


อ.วีระ "ผมเอาหลักแบบนี้ เชื่อไม่เชื่ออีกเรื่องนึง

ถ้าไม่เป็นตามนั้น ทำอะไรมันได้ อย่างดีก็ด่า" (หัวเราะ)


สาย 10 - คุณธีระ

วันเลือกตั้ง เสื้อยืดที่มีเบอร์ติดต้นแขน

ใส่ไปผิดมั้ย


"อย่าใส่ไปเลย เอาง่ายๆ"


และบ่นเรื่องเสียงวิทยุว่า

ตอนคนพูดเบา เสียงจิงเกิลดัง


สาย 11 - สายชล

พรรคที่เสนอตัวเป็นสุนัขรับใช้ ซื่อสัตย์

แต่ผมไม่กล้าเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ กัดเจ้าของตาย

เพราะเป็นสุนัขพรรคการเมือง (หัวเราะ)


สาย 12 - วิรัติ

เงินไม่เข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ตั้งข้อสงสัยว่าเบรกม็อบวันแรงงานรึเปล่า

และเงิน 700, 1000 ก็โดนหัก


สาย 13 - พิชัย

โทรมาแจ้งว่าเงินเข้าแล้ว

บัตรสวัดิการแห่งรัฐ 300 บาท ทุกวันที่ 1

พี่คนนั้นอาจเข้าใจอะไรผิดรึเปล่า


สาย 14 - คุณสัน

ร้านอาหารไม่รับชำระเป็นเงินสด รับบัตรเครดิต

เรากินแล้ว แต่มาบอกไม่รับเงินสด

ไป 5-6 คน ไม่มีใครมีบัตรเลย มีแต่เงินสด

เคสแบบนี้มันถูกเหรอ


"ไม่รู้ ต้องคุยกับร้านเขาเอง ผมไม่ทราบ"


ชีวิตจริงไม่น่าจะเป็นไปได้ ไม่มีบัตรเครดิตเลย

คุณณัฐพงษ์เสริมว่า

อาจเป็นระเบียบของร้าน ป้องกันพนักงาน... (โกง?)


สาย 15 - คุณทอม ไม่ทัน

คุยได้คุยดี 1 พ.ค. 66 > คลิก


จบรายการ


รายละเอียดรายการ

คุยได้คุยดี ฟังสดได้ที่คลื่น 96.5 FM.

ผ่านแอปฯ เว็บไซต์ เพจเฟซบุ๊ก FM 96.5

ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 14:00 - 16:00 น.

(มาจริงราว 14:08 น.) โทร 022481657

และทางคลื่นมีรีรันตี 2 - ตี 4


ทุกความคิดมีที่มา : ลูกมด


...................................

ผมสงสัยมาตลอดว่าทิชชู่จีนยี่ห้อที่ขายดีในแอปฯ ส้ม

"มันดีไหม ปลอดภัยและมีมาตรฐานไหม"

สรุปคือมีมาตรฐานใช้เช็ดหน้าเช็ดปากได้ครับ

1. มันมี GB/T20808 (ผลิตตามมาตรฐานแนะนำของจีน)

ปลอดภัยที่จะใช้เช็ดหน้าและปาก

2. ระบุว่าผลิตจากเยื่อกระดาษบริสุทธิ์ (Virgin Pulp)

ไม่ได้ใช้กระดาษรีไซเคิล

เหตุผลประกอบคือขายในไทยมาหลายปี

หลายร้านยอดขายเป็นแสน แต่รีวิวและคะแนนยังดีอยู่

ผมคัดร้านมาแล้ว

(ข้อมูลคะแนนรีวิว ณ 28 พ.ค. 68)

1. ส่งจากไทย ดังนั้นได้รับเร็วแน่ๆ

2. เป็นมาตรฐาน GB/T20808

ปลอดภัยที่จะใช้เช็ดหน้าและปาก)

3. มียอดขายเยอะ และคะแนนรีวิวยังดีอยู่

1. Botare ยอดขาย 139,700 คะแนน 4.9/5






4. Cheerful (แบบแขวน 1,280 แผ่น) ยอดขาย 49,200 คะแนน 4.9/5

👄🧵👄👍

บทความอื่นๆ [คลิกได้เลย]

👇
























วันอังคารที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

ชีวิตนักแปลซับไตเติล 3 (จบ) : สู่การเปลี่ยนแปลง (ที่แย่)

 



ตอนนี้ตอนจบครับ บ่นยาวหน่อย


ผมทิ้งท้ายในตอนก่อนว่าลาออกจากงาน

มาเป็นนักแปลฟรีแลนซ์ (อังกฤษ - ไทย) เต็มตัว

เมื่อปี 2562


ผมเชื่อเสมอว่าทุกการเปลี่ยนแปลง

มันย่อมดีเสมอ โดยเฉพาะสิ่งที่เราเลือกเอง

และกรณีนี้มันก็เป็นเช่นนั้นครับ (ในช่วงแรก)


จนเวลาผ่านไปราวหนึ่งปีก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง


ผมได้รับอีเมลจากบริษัทแจ้งเรื่อง "ปรับลดค่าแปลลง!"

โดยบอกว่าเราจะทำงานง่ายขึ้น

เพราะบริษัทจะเอา "เครื่องแปล" เข้ามาช่วย

แล้วให้นักแปลอย่างเราแก้ไฟล์


ค่าแปลลดลงแค่ไหนน่ะเหรอ

ถ้าจะให้บอกก็ลดลงราว 35-45 % ครับ

ซึ่งนับว่าเยอะมาก เกือบครึ่งเลย!!!

สมมติถ้าได้เดือนนึง 20,000

เรตใหม่จะเหลือแค่หมื่นต้นๆ / ไม่เกิน 12,000


มันลงลดเยอะมาก!

และมันเป็นแบบนี้มาสามปีแล้ว และคงเป็นต่อไปยาว


ตอนแรกที่ได้อ่านเมล โมโหและเซ็งมากครับ

อยากเลิกแปลที่นี่ ไปหางานใหม่

แต่ก็คิดว่าช่วงโควิด บริษัทคงแย่

เราไม่อยากทิ้งบริษัทตอนที่เขาแย่

น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน


ก็เลยทำใจ ทำงานต่อไป


พร้อมกันกับที่บริษัทลดค่าแปล

เอาเครื่องแปลเข้ามาใช้เพื่อลดต้นทุน

จนทำให้นักแปลอย่างผม

กลายเป็นคิวซีแก้งานแปลจากเครื่องแปล

บริษัทก็ได้พัฒนาโปรแกรมออนไลน์ขึ้นมา

(ก่อนนี้โปรแกรมแปลทำออฟไลน์)


ซึ่งการที่เราแปล (คิวซี) ใส่โปรแกรมอ่อนไลน์นี่แหละ

บริษัทน่าจะเอาสำนวนและคำแปลที่เราแก้ไป

เอาไปป้อนใส่เครื่องแปล

การที่ผมตั้งข้อสังเกตแบบนี้ ไม่ใช่มโนเอง

แต่ผมเห็นสำนวนการแปลของตัวเอง

ในงานที่เครื่องแปลแปลมา

การใช้ศัพท์ของเรา เราจะจำได้ ไม่มากก็น้อย

และที่สังเกตเห็นเด่นชัดคือเครื่องแปล

สามารถแปลได้เก่งขึ้น ดีขึ้นตามลำดับ

แสดงว่ามีการป้อนข้อมูลใหม่ๆ เข้าไปแน่นอน


อีกอย่างมันเป็นคอมมอนเซนส์ด้วย

บริษัทย่อมอยากพัฒนาเครื่องแปล

แล้วจะเอาข้อมูลจากไหนมาป้อน

ก็ต้องเอาข้อมูลที่เหล่านักแปลแก้งานส่งไปนี่แหละ

"จริงมั้ยครับ"


มันดีต่อเรานะที่เครื่องแปลแปลได้ดีขึ้น

เพราะเราก็ทำงานง่ายขึ้น

แต่ที่แย่คือเราได้แค่ค่าแก้งานปกติ

ทั้งที่ควรได้ในส่วนที่ช่วยพัฒนาเครื่องแปล

เพราะไม่แน่ว่าในอนาคตอันไกล

เมื่อเครื่องแปลทำงานได้ดีขึ้น นักแปลอาจตกงาน


สิ่งที่แย่อีกอย่างคือ

เราไม่มีสหภาพแรงงานแบบถูกกฎหมาย

ไว้ต่อรองค่าแปลกับบริษัท เขาลดค่าแปล เราต้องยอม

ถ้าไม่ยอมก็ต้องหางานใหม่

ซึ่งมันไม่แฟร์เลย เรารู้สึกว่าเขาไม่ให้ค่านักแปล


ทูบีแฟร์ อาจมองได้ว่าก็เขาทำธุรกิจ

เขาต้องลดต้นทุนให้ได้มากที่สุด ก็ถูกแล้ว


จริงครับ เข้าใจได้ แต่แบบนั้นมันจะยั่งยืนเหรอ

และอาจมีคนบอกว่าก็เขาใช้เครื่องแปล

คุณก็ทำงานง่ายขึ้นไง

จริงบางส่วนครับ

ผลงานช่วงแรกของเครื่องแปล ผมให้เกรด C+

ตอนนี้ให้ B (พัฒนาขึ้นมาหน่อย)

แต่ผมก็ยังไม่ชอบอยู่ดี

นักแปล ชอบแปลครับ ไม่ได้ชอบแก้

โดยเฉพาะการแก้งานห่วยๆ มันรกสมอง

มันมีผลต่อสมอง เหมือนการอ่านอะไรแย่ๆ

สิ่งที่เครื่องแปลยังคงทำไม่ได้คือ

มันไม่เข้าใจบริบททั้งหมดจึงแปลผิดบ่อยๆ

สรรพนาม มันแปลไม่ได้เลย

มันไม่รู้เพศตัวละคร

ศัพท์ยากๆ ศัพท์เฉพาะ มุก แปลผิดบ่อย

โดยรวม ถ้าเลือกได้ ขอแบบเก่า

ขอแปลเองทั้งหมด มันสนุก ได้ใช้จินตนาการ

แปลแกรมแปลออนไลน์ที่เอามาใช้ใหม่

หน่วง ช้า Error บ่อยมาก

เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ดีเลย


ผมเชื่อว่าการทำธุรกิจมันควรมีความแฟร์ด้วย

ควรมีระบบและการจัดการที่ดี

ให้เกียรติและเห็นค่าคนทำงาน ทำเงินให้คุณ

ไม่ใช่สักแต่จะเอา ขูดรีด บีบคั้นกันเกินไป

มันควรมีการทดสอบ จัดเรตนักแปลทุกปี

จ่ายเงินตามความสามารถ

บีบให้นักแปลพัฒนาฝีมือ เพื่อเงินที่มากขึ้น

แบบนั้นมันจะสร้างสรรค์มาก

แต่ก็ต้องมีคนจัดการตรงนี้ เพื่อให้วงการนักแปล

เติบโตอย่างสร้างสรรค์และน่าอยู่

ผมเชื่อว่าถ้าคุณแปลดีจริง

สตรีมมิ่งหลายเจ้าพร้อมจ่าย

ขอแค่คุณแปลดีจริง มีองค์กรนักแปลอะไรสักอย่าง

จัดเรตนักแปล รับประกันให้เขา เขาพร้อมจ่าย


ตอนแรกที่สตรีมมิ่งเข้ามา

นักแปลอย่างผมดีใจมาก เพราะมันหมายถึงงานเยอะ

เงินก็น่าจะเยอะตาม


แต่สามปีมานี้เห็นชัดแล้วว่าวงการการแปลโดยรวม

มันแย่ลงมากๆ มีการกดราคาบ้าง หลอกลวงบ้าง

แต่คงไม่ได้แย่ไปซะหมด

อาจมีมุมดีบ้าง คอมเมนต์แบ่งปันพูดคุยกันได้ครับ


สุดท้ายนี้ แม้มันจะแย่ที่โดนลดเงิน

แต่สิ่งที่ดีมากคือผมยังมีงานทำ พอประคับประคอง

จนผ่านช่วงโควิดมาได้

จุดนี้ต้องขอบคุณบริษัทที่ให้งานเรา มั่นคงระดับนึง


และเราก็ผิดครึ่งนึงที่ไม่หางานใหม่

หาอาชีพเสริม ช่องทางอื่นๆ

แต่ขอบอก พูดง่าย ทำยากครับ


ได้แต่หวังว่าหลังเลือกตั้ง เราจะได้รัฐบาลใหม่ที่ดี

ผลักดันให้มีสหภาพแรงงานถูกกฎหมาย

ให้เรามีปากมีเสียงต่อรองกับนายจ้าง นายทุนได้

ไม่ใช่ทำได้แค่ก้มหน้ายอมรับทุกอย่างที่นายจ้างบอก


"กาก้าวไกล (ให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล)

ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม"

ผมไม่ใช่ติ่งส้มครับ


แต่ผมติ่งนโยบายดีๆ ไม่ว่าพรรคไหน

ถ้านโยบายดี มันก็ดี

เหมือนความดี ใครทำมันก็ดี

และคนดีไม่มี มีแต่คนทำดี

ความเลว พระทำ มันก็เลวครับ

ความดี โจรทำ มันก็ดี

(แต่จะบอกว่าผมติ่งส้ม ผมก็ยินดี so far ผลงานเขาดีจริง)


หวังว่าจากนี้เราจะมุ่ง "สู่การเปลี่ยนแปลงที่ดี"


ถ้าการเมืองดี ชีวิตเราก็จะดี : นักแปลพุงเต่ง


วันจันทร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

ชีวิตนักแปลซับไตเติล 2 : สู่การเปลี่ยนแปลง (ที่ดี)

 


การเปลี่ยนแปลงในแง่กระบวนการทำงาน

ที่กล่าวทิ้งท้ายไว้ในตอนที่แล้ว

คือทางบริษัทเลิกการแปลใส่เวิร์ด

แต่ให้นักแปลแปลใส่โปรแกรมของบริษัทได้เลย


เพื่อให้เห็นภาพ 👌👌👌

นักแปลจะได้ไฟล์ภาษาอังกฤษ

(เปิดกับโปรแกรมของบริษัท)

จากเดิมที่เราแปลใส่เวิร์ด เราก็แปลใส่ไฟล์นั้นแทน


ภายในโปรแกรมนั้นก็จะมีหนังให้ดู

และมีไฟล์ภาษาอังกฤษ


พอแปลเสร็จก็ส่ง สรุปคือมันสะดวกขึ้นมาก


หน้าตาคล้ายโปรแกรม Subtitle Edit



หลังผ่านไปสองสามปี ก็มีอีกการเปลี่ยนแปลง

นั่นคือจากเดิมงาน 1 ชั่วโมงได้ 1,600 บาท

ปรับขึ้นเป็น 1,800 บาท

(งาน 30 นาที เดิม 800 ปรับเป็น 900)


เหตุการณ์ที่เงินถูกปรับขึ้นนี้น่าจะปี 2560-2563

คำถามคือทำไมสิ้นสุดปี 2563 ล่ะ เกิดอะไรขึ้น


คำตอบคือมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งครับ

และการเปลี่ยนแปลนั้นยังส่งผลจนถึงปัจจุบัน (2566)


เรื่องนี้จะเล่าต่อไปในตอนที่ 3 💦

แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกอย่างช่วง 2562

คือผมลาออกจากงานประจำ

มาเป็นนักแปลฟรีแลนซ์เต็มตัว


นั่นยิ่งทำให้การเปลี่ยนแปลงช่วง 2563

ยิ่งส่งผลกระทบต่อผมอย่างมาก


ไว้มาเล่าให้ฟังตอนหน้าครับ


บริบทคือหัวใจการแปล: นักแปลพุงเต่ง